ติดตาม Public-law.net ผ่านทาง Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/Public-Law-Net-เครือข่ายกฎหมายมหาชนไทย
   
 
บทความเรื่อง "ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง" โดย คุณณัฐวุฒิ สุขแสวง
 
 
บทความเรื่อง "เอาผิดคณะรัฐประหาร ?" โดย คุณชำนาญ จันทร์เรือง
 
 
บทความเรื่อง "รัฐสภาอัจฉริยะ (Smart Parliament) กับการส่งเสริมหลักนิติธรรม: กรณีศึกษาของออสเตรเลียและข้อเสนอเบื้องต้นสำหรับประเทศไทย" โดย คุณทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์
 
 
บทความเรื่อง "หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในคำพิพากษาศาลอาญาในประเทศฝรั่งเศส" โดย คุณทีสิทธิ์ วงศาโรจน์
 
 
บทความเรื่อง “ศาลตรวจเงินแผ่นดินของประเทศฝรั่งเศส” โดยคุณณัฐวุฒิ คล้ายขำ
 
 
 
 
 
 
   
 
 
 
 
 
   
 
 
 
366
20 ปีศาลรัฐธรรมนูญ : ผลงาน ประสบการณ์และความคาดหวัง

        
         เมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ผมได้รับเชิญจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้เข้าร่วมการเสวนาทางวิชาการในหัวข้อเรื่อง 20 ปีศาลรัฐธรรมนูญ : ผลงาน ประสบการณ์และความคาดหวัง
        
ผมขอนำสิ่งที่ผมได้อภิปรายในวันนั้นมาเล่าให้ฟังในบทบรรณาธิการครั้งนี้โดยในตอนต้นของการเกริ่นนำ ผมได้เล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวผมเองกับศาลรัฐธรรมนูญและ www.public-law.net สรุปความได้ว่า ในช่วงต้นที่ผมเตรียมทำ www.public-law.net เมื่อปี 2543 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นมาแล้ว ส่วนศาลปกครองกำลังเตรียมตัวจัดตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นที่สนใจและติดตามของผมกับบรรดานักกฏหมายมหาชนอื่นๆ
        
         ในตอนต้นของการเกิดขึ้นของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวน 15 คน ไม่มีใครเป็นนักกฎหมายมหาชนเลย มีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญแปลกๆออกมาจำนวนพอสมควร เช่นวินิจฉัยว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญเพราะมีชื่อกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือไม่ก็ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการตรวจสอบระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังจำได้ว่าในตอนนั้นผมออกมาให้สัมภาษณ์และเขียนบทความทำนองว่า หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทำผิดเราก็สามารถถอดถอนออกจากตำแหน่งได้ แต่ถ้าหากมีคำวินิจฉัยผิดพลาด เราจะทำอย่างไรกัน !!! วิจารณ์บ่อยเข้า ศาลรัฐธรรมนูญก็ให้เจ้าหน้าที่ออกมาตอบโต้ แต่ในที่สุดแล้ว ทุกอย่างก็จบลงอย่างดีเพราะเมื่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทำหนังสือมาขอร่วมมือทางวิชาการกับ www.public-law.net ต่อมาเราก็ทำหลายอย่างร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการขอทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกจากรัฐบาลฝรั่งเศสให้กับเจ้าหน้าที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญหลายคน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญพิมพ์หนังสือรวมบทความให้เพื่อนำไปแจกจ่ายซึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้คนรู้จัก www.public-law.net มากขึ้น ก็ต้องขอขอบพระคุณคุณนพดล เฮงเจริญ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญในขณะนั้นไว้ ณ ที่นี้ด้วย
        
         หนังสือรวมบทความและรวมบทบรรณาธิการจาก www.public-law.net นับเป็นแหล่งค้นคว้าทางวิชาการที่ดีมาก ผมเขียนบทบรรณาธิการเดือนละสองหนเป็นเวลาติดต่อกัน 13 ปี บทบรรณาธิการแต่ละครั้งเขียนขึ้นจากเหตุการณ์ด้านกฎหมายมหาชนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เขียนแล้วผมก็วิเคราะห์วิจารณ์ไปตามความสามารถ เมื่อสามปีที่ผ่านมาผมได้จัดพิมพ์บทบรรณาธิการทั้งหมดที่เขียนมา 13 ปี รวมเล่มออกมาได้ 4 เล่มขนาดใหญ่ทำเป็นกล่องสวยงามมีจำนวนไม่มากและมอบให้กับผู้ที่เคารพนับถือและผู้ที่สนใจ มีหลายคนบอกว่าบทบรรณาธิการที่ผมเขียนมีประโยชน์ในการสืบค้นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่างๆทำให้ทราบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีเหตุการณ์ทางการเมืองและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายมหาชนเกิดขึ้นในเรื่องใดบ้าง ในการเตรียมตัวเพื่อเสวนาทางวิชาการครั้งนี้ ผมก็ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากบทบรรณาธิการที่เขียนมาในอดีตทั้งหมดและพบว่ามีการเขียนเกี่ยวกับการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญอยู่มากโดยผมจะขอไล่เป็นประเด็นสั้นๆ ดังนี้คือ

        
        
มิถุนายน 2544 คดีซุกหุ้น มีการพูดถึงว่าจะใช้หลักรัฐศาสตร์หรือหลักนิติศาสตร์ในการตัดสินคดี

        
สิงหาคม 2544 วินิจฉัยคดีซุกหุ้น โดยเสียง 8 ต่อ 7 วินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีในขณะนั้นไม่ซุกหุ้นซึ่งก็มีปัญหาเกิดขึ้นจากการนับคะแนน ถ้าผมจำไม่ผิด มีการนับคะแนนคนที่เห็นว่าซุกหุ้น 7 คนส่วนที่เหลือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางคนไม่รับเรื่องไว้พิจารณาก็ไปถูกนับรวมกันเข้ากับคนที่ เห็นว่าไม่ซุกหุ้น นอกจากนี้แล้วในคดีซุกหุ้นนี้เองที่คำวินิจฉัยของอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ คุณประเสริฐ นาสกุลเขียนเอาไว้ดีมาก นำไปใช้สอนหนังสืออยู่หลายปี

        
 2545 วินิจฉัยว่าประธานกรรมการการเลือกตั้งพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากกระบวนการสรรหาโมฆะ

        
2546 วินิจฉัยเกี่ยวกับอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สาระสำคัญก็คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติวินิจฉัยว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐทำผิด หน่วยงานไล่เจ้าหน้าที่คนนั้นออก เจ้าหน้าที่อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเปลี่ยนโทษ ในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยว่าเมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตได้วินิจฉัยแล้วเป็นที่ยุติ ต้องปฏิบัติตาม

        
2546 วินิจฉัยว่าพระราชกำหนดภาษีสรรพสามิตสองฉบับไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

        
2546 วินิจฉัยให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเท็จพร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมืองห้าปี

        
2547 วินิจฉัยว่ากระบวนการได้มาซึ่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไม่ชอบด้วยกฏหมาย

        
2549 ไม่รับคำร้องกรณีซุกหุ้นของอดีตนายกรัฐมนตรีภาคสอง

        
2549 วินิจฉัยเพิกถอนการเลือกตั้ง 2 เมษายน 2549 โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การจัดการเลือกตั้งมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อให้เกิดผลการเลือกตั้งที่ไม่เที่ยงธรรม ไม่เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง จึงเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการ

        
19 กันยายน 2549 เกิดการรัฐประหาร ศาลรัฐธรรมนูญถูกยุบ

        
2549 รัฐธรรมนูญชั่วคราวตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่

        
2550 วินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิ์สมาชิกพรรคจำนวน 111 คน

        
2551 วินิจฉัยยุบ 3 พรรคการเมืองคือพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตยและพรรคพลังประชาชน พร้อมตัดสิทธิ์สมาชิกพรรคพลังประชาชนอีก 109 คน

        
2551 วินิจฉัยว่านายกรัฐมนตรีขาดคุณสมบัติจากการจัดรายการชิมไปบ่นไปทำให้นายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง

        
2553 วินิจฉัยไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ 2 กรณี

        
2555 วินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับเป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550

        
2556 มีข้อครหากรณีสลับตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญกับข้อครหากรณีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตั้งลูกชายตัวเองเป็นหน้าห้องแล้วลาไปเรียนต่อต่างประเทศแต่ยังได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

        
2557 วินิจฉัยกฎหมายให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งกล่าวไว้ว่าการกู้เงินอาจเป็นการสร้างภาระหนี้ให้กับลูกหลาน รัฐมนตรีมาแล้วก็ไป เห็นว่ารถไฟความเร็วสูงยังไม่จำเป็นสำหรับคนไทยและเป็นไปได้ควรให้ถนนลูกรังหมดไปจากประเทศก่อน

        
2557 วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นโมฆะเพราะไม่ได้เลือกวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร

        
2557 วินิจฉัยว่าความเป็นนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวกรณีแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงคนหนึ่ง

        
พฤษภาคม 2557 เกิดการรัฐประหารรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ถูกยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวก็มีการตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา

        
เมษายน 2560 รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลใช้บังคับ มีการปรับโครงสร้างของศาลรัฐธรรมนูญใหม่โดยเหลืออาจารย์ด้านกฎหมายเพียงหนึ่งคนเท่านั้น

        

         ทั้งหมดที่กล่าวไปคือผลงานและประสบการณ์ของศาลรัฐธรรมนูญโดยสังเขปที่ผมได้เคยเขียนไว้ในบทบรรณาธิการของ www.public-law.net
        
         นอกจากการพูดถึงผลงานและประสบการณ์ของศาลรัฐธรรมนูญข้างต้นแล้ว ในการอภิปราย ผมยังได้กล่าวถึงรายละเอียดของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญด้วย แต่เพื่อไม่ให้บทบรรณาธิการครั้งนี้ยาวเกินไปจึงไม่ขอนำเรื่องดังกล่าวมาเขียนไว้ ณ ที่นี้ครับ
        
         ในส่วนของความคาดหวังนั้น ผมได้กล่าวในงานอภิปรายว่าผมไม่มีความคาดหวังใดๆทั้งสิ้นเพราะดูแล้วน่าจะลำบากไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้างของศาลรัฐธรรมนูญหรือเรื่องอื่นๆ แต่ผมได้เสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญและสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญทำเรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติพอสมควรครับ โดยเมื่อตอนที่ผมเข้าไปเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติและมีโอกาสได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่ทำโดยคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาตินั้น ผมมีข้อเสนอว่า การบังคับใช้รัฐธรรมนูญที่ผ่านมาทั้งสองฉบับคือรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และฉบับปี 2550 มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย ปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นนั้นมีที่มาจาก 2 กรณีคือตัวบทรัฐธรรมนูญมีปัญหาไม่ชัดเจนกับอีกกรณีหนึ่งคือผู้ใช้รัฐธรรมนูญแปลความหรือเข้าใจบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญผิดปัญหาที่เกิดขึ้นบางปัญหาก็นำไปสู่วิกฤติทางการเมืองหลายต่อหลายครั้งและทุกอย่างก็จบลงโดยไม่มีการหวนกลับไปพิจารณาหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา ผมจึงได้เสนอให้มีการตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อเก็บรวบรวมประเด็นปัญหาที่เกิดจากการใช้รัฐธรรมนูญแล้วนำมาศึกษาวิเคราะห์โดยนักวิชาการที่เป็นกลางและมีความสามารถสูง ถ้าเป็นไปได้ควรศึกษาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับของต่างประเทศด้วย เมื่อได้ข้อยุติแล้วจึงค่อยเสนอความเห็นดังกล่าวไปยังองค์กรที่มีอำนาจ ถ้าเห็นว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องดำเนินการในขั้นตอนของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าเห็นว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตีความหรือให้ความเห็นที่ไม่ถูกต้อง ก็ควรจะต้องทำความเห็นที่ถูกต้องและเสนอไปเพื่อให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรอิสระทั้งหลายรับทราบและถือปฏิบัติร่วมกัน
        
         ในการอภิปรายเมื่อวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผมได้เสนอความเห็นแบบเดิมโดยพิจารณาจากพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขเพิ่มเติมว่า หากเป็นไปได้ควรแก้ไขโดยเพิ่มอำนาจให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญสามารถตั้งหน่วยงานภายในขึ้นมารองรับการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญด้วยแต่ก็ต้องวางระบบให้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ควรให้เจ้าหน้าที่หรือคนภายในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นคนศึกษาวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้น ควรให้ทำโดยนักวิชาการและคนนอกที่มีความาชำนาญและมีความเป็นกลาง เมื่อได้ข้อยุติแล้วหากเห็นควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องส่งความเห็นของนักวิชาการนั้นไปยังองค์กรที่ผมเห็นว่าหากเป็นที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกาก็คงจะเหมาะสม หากที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นควรให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน แต่หากที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเนื่องจากมีความเข้าใจในตัวบทของรัฐธรรมนูญไม่ตรงกัน ก็ให้ทำความเห็นเสนอไปยังรัฐบาล องค์กรอิสระและหน่วยงานของรัฐทั้งหมดเพื่อวางเกณฑ์ให้วิธีปฏิบัติเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
        
         นี่คือข้อเสนอและเป็นบทสรุปที่ผมคิดว่าเป็นความคาดหวังของผมที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยเราก็จะมีองค์กรที่เป็นเจ้าภาพในการรวบรวมประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้รัฐธรรมนูญและเตรียมพร้อมที่จะหาทางออกจากประเด็นปัญหาเหล่านั้นโดยนักวิชาการที่ เป็นกลางและมีความชำนาญครับ
        
         ในสัปดาห์นี้ เรามีบทความมานำเสนอสามบทความด้วยกัน บทความแรกเป็นบทความของ คุณณัฐวุฒิ สุขแสวง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ที่เขียนเรื่อง "ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง" บทความที่สองเป็นบทความของ คุณชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ ที่เขียนเรื่อง "เอาผิดคณะรัฐประหาร ?" บทความที่สาม เป็นบทความเรื่อง "รัฐสภาอัจฉริยะ (Smart Parliament) กับการส่งเสริมหลักนิติธรรม: กรณีศึกษาของออสเตรเลียและข้อเสนอเบื้องต้นสำหรับประเทศไทย" ที่เขียนโดย คุณทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์ แห่งสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ผมขอขอบคุณเจ้าของบทความทั้งสามไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
        
         พบกันใหม่วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2561 ครับ
        
        
        
        
ศาสตราจารย์ ดร. นันทวัฒน์ บรมานันท์

        



   
     
 
 
 
 
   
 
ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 9 พ.ศ.2560) มาตรา 42 วรรคแรก กำหนดว่า ผู้ใดได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง หรือกรณีอื่นใดที่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 และแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรือยุติข้อโต้แย้งนั้น ต้องมีคำบังคับตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 72 ผู้นั้นมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
การฟ้องคดีหน่วยงานทางปกครอง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง
เอาผิดคณะรัฐประหาร ?
อนุสนธิกลุ่มพลเมืองโต้กลับ จำนวน 15 คน ได้เป็นโจทก์ฟ้องคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำนวน 5 คน เป็นจำเลย เพื่อขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,91,113 และ 114 ซึ่งศาลชั้นต้นตรวจฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสิบห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสิบห้าฎีกา ซึ่งต่อมาศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาที่ 1688/2561 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2561 พิพากษายืนตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าเหตุที่รัฐธรรมนูญฯ(ชั่วคราว)ปี 57 เป็นกฎหมาย คือ
“...เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินจากรัฐบาลรักษาการได้อย่างเบ็ดเสร็จ และประกาศให้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร์ไทย พุทธศักราช 2550 คณะรัฐมนตรี และวุฒิสภาสิ้นสุดลง ประเทศไทยในขณะนั้นจึงไม่มีหน่วยงานใดที่จะทำหน้าที่ในทางนิติบัญญัติ แต่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติเข้ามาใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์แทน ซึ่งแม้การได้มาซึ่งอำนาจนั้นจะเป็นวิธีการที่ไม่เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยดังที่โจทก์ทั้งสิบห้ากล่าวอ้าง และจะมีความชอบธรรมในการได้มาซึ่งอำนาจหรือไม่ เป็นกรณีที่ต้องไปว่ากันในด้านอื่น...”
รัฐสภาอัจฉริยะ (Smart Parliament) กับการส่งเสริมหลักนิติธรรม: กรณีศึกษาของออสเตรเลียและข้อเสนอเบื้องต้นสำหรับประเทศไทย
คณะอนุกรรมการวิชาการว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติและคณะอนุกรรมการบรรณาธิการหนังสือหลักนิติธรรม ในคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ ได้แบ่งหลักนิติธรรมออกเป็น 2 ประการ คือ หลักนิติธรรมโดยเคร่งครัดหรือหลักนิติธรรมในความหมายอย่างแคบ ซึ่งกฎหมายหรือการกระทำ ที่ละเมิดหลักนิติธรรมโดยเคร่งครัดจะไม่มีผลใช้บังคับ และหลักนิติธรรมโดยทั่วไปหรือหลักนิติธรรมในความหมายอย่างกว้าง ซึ่งผลของการฝ่าฝืนจะไม่ร้ายแรงเท่ากับการฝ่าฝืนหลักนิติธรรมโดยเคร่งครัด
หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในคำพิพากษาศาลอาญาในประเทศฝรั่งเศส
หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้นั้นมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในระบบกฎหมาย ไม่ว่าจะในสาขากฎหมายเอกชน (le droit privé) และในสาขากฎหมายมหาชน (le droit public) หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในแนวคิดทางกฎหมายมหาชนนั้นเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยว่าประชาชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบการปกครองประชาธิปไตยสามารถที่จะมีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยสามารถตรวจสอบการกระทำการของรัฐได้
ศาลตรวจเงินแผ่นดินท้องถิ่นของประเทศฝรั่งเศส
ในระบบกฎหมายฝรั่งเศส นอกจากการแยกระบบตุลาการระหว่าง การพิจารณาคดีปกครอง (juridiction administrative) ออกจาก การพิจารณาคดีทั่วไปหรือระบบศาลยุติธรรม (juridiction judiciaire) แล้ว ภายในกระบวนการยุติธรรมทางปกครองเองยังมีการแยก กระบวนการยุติธรรมทางปกครองทั่วไป ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลปกครองทั้งสามชั้นศาล ออกจาก กระบวนการยุติธรรมทางการคลัง (juridiction administrative financière)
Les associations humanitaires sont-elles des institutions?
Quel intét peut-on avoir, lorsque l'on étudie les associations humanitaires issues principalement de la vague des « French doctors », à se rérer à une théorie d'un auteur de la fin du XIXème et du début du XXème siècle, en l'occurrence Maurice Hauriou ?

PUBLIC-LAW.NET RSS URL


 
     
 

www.public-law.net ยินดีรับพิจารณาบทความด้านกฎหมายมหาชน โดยผู้สนใจสามารถส่งบทความผ่านทาง wmpublaw@public-law.net
ในรูปแบบของเอกสาร microsoft word (*.doc) เอกสาร text ข้อความล้วน (*.txt)ลิขสิทธิ์และความรับผิดตามกฎหมายของบทความที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านทาง www.public-law.net นั้นเป็นของผู้เขียน ขอสงวนสิทธิ์ในการนำบทความที่ได้รับการเผยแพร่ไปจัดพิมพ์รวมเล่มเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้สนใจต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏใน website นี้ยังมิใช่ข้อมูลที่เป็นทางการ หากต้องการอ้างอิง โปรดตรวจสอบรายละเอียดจากแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น

จำนวนผู้เข้าชมเวบ นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2544