ติดตาม Public-law.net ผ่านทาง Facebook ได้ที่ https://www.facebook.com/Public-Law-Net-เครือข่ายกฎหมายมหาชนไทย
   
 
บทความเรื่อง "การฟ้องปิดปาก" โดย คุณชำนาญ จันทร์เรือง
 
 
บทความเรื่อง "ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง" โดย คุณณัฐวุฒิ สุขแสวง
 
 
บทความเรื่อง "รัฐสภาอัจฉริยะ (Smart Parliament) กับการส่งเสริมหลักนิติธรรม: กรณีศึกษาของออสเตรเลียและข้อเสนอเบื้องต้นสำหรับประเทศไทย" โดย คุณทศพล เชี่ยวชาญประพันธ์
 
 
บทความเรื่อง "หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในคำพิพากษาศาลอาญาในประเทศฝรั่งเศส" โดย คุณทีสิทธิ์ วงศาโรจน์
 
 
บทความเรื่อง “ศาลตรวจเงินแผ่นดินของประเทศฝรั่งเศส” โดยคุณณัฐวุฒิ คล้ายขำ
 
 
 
 
 
 
   
 
 
 
 
 
   
 
 
 
368
"หลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการยอมรับ"

        
         เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ผมลาไปพักผ่อนที่ประเทศฝรั่งเศสและมีโอกาสได้เจอเพื่อนนักวิชาการชาวฝรั่งเศส ได้แลกเปลี่ยนความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมได้เล่าให้เพื่อนผมฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะความพยายามที่จะแก้ไขกฎหมายต่างๆเพื่อเป็นการให้สิทธิกับประชาชนมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กฏหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารสาธารณะ และกฎหมายอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ เพื่อนผมให้ความสนใจในกฎหมายฉบับหลังมาก ผมจึงได้สรุปให้เพื่อนฟังว่า กฎหมายอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการฉบับนี้มีขึ้นมาเพื่อให้การอนุญาตของเจ้าหน้าที่ของรัฐตามกฏหมายมีความเป็นระบบมากขึ้น โดยหากกฎหมายกำหนดให้การกระทำใดต้องได้รับอนุญาต หน่วยงานผู้อนุญาตก็จะต้องทำคู่มือสำหรับประชาชนเพื่อกำหนดขั้นตอนวิธีการในการยื่นคำขอและระยะเวลาในการพิจารณาอนุญาตของหน่วยงานของรัฐ โดยผมได้เล่าให้เพื่อนฟังว่ากฎหมายฉบับนี้ก็มีข้อยกเว้นอยู่หลายประการด้วยกันที่จะไม่ใช้บังคับกับบางหน่วยงานเช่น รัฐสภา คณะรัฐมนตรี การพิจารณาคดีของศาล เรื่องที่เกี่ยวข้องกับทหาร เป็นต้น เพื่อนผมจึงได้เล่าให้ฟังว่าในปัจจุบันประเทศฝรั่งเศสมีประมวลกฎหมายฉบับหนึ่งชื่อว่าประมวลกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับฝ่ายปกครอง ( Code des relations entre le public et l’administration ) ประมวลกฎหมายฉบับนี้เป็นประมวลกฎหมายที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2017 เป็นประมวลกฎหมายที่เกิดจากการนำเอาตัวบทกฎหมายและกฎในเรื่องเดียวกันที่กระจัดกระจายกันอยู่มารวมไว้ด้วยกันและและจัดหมวดหมู่ใหม่ให้เป็นระบบและง่ายต่อการใช้งาน (codification à droit constant) ประมวลกฎหมายประเภทนี้จะรวบรวมบทบัญญัติที่เป็นกฎหมายลำดับรองเข้าไว้ด้วยโดยในเลขมาตราก็จะมีตัวอักษรกำกับเพื่อบ่งบอกสถานะของบทบัญญัติดังกล่าวเอาไว้ด้วย เช่น ถ้ามาตรานั้นมาจากกฎหมายในลำดับรัฐบัญญัติ จะใช้ตัวอักษร “L” ซึ่งเป็นตัวย่อของคำว่า Loi นำหน้า ถ้ามาจากกฎหมายในลำดับรองหรืออนุบัญญัติอื่นก็จะใช้ตัว “R” ซึ่งเป็นตัวย่อของคำว่า Règlement นำหน้า และถ้ามาจากรัฐกฤษฎีกาของฝ่ายบริหาร ใช้ตัว “D” ซึ่งเป็นตัวย่อของคำว่า Décret นำหน้า
          
        
ประมวลกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับฝ่ายปกครอง ( Code des relations entre le public et l’administration ) ฉบับนี้แบ่งออกเป็น 5 บรรพ (livres) ด้วยกัน บรรพแรกเป็นเรื่องความสัมพันธ์กับฝ่ายปกครอง บรรพสองเป็นเรื่องคำสั่งฝ่ายเดียวที่ออกโดยฝ่ายปกครอง บรรพสามเป็นเรื่องการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐและการนำข้อมูลสาธารณะไปใช้ บรรพสี่เป็นเรื่องข้อพิพาทกับฝ่ายปกครอง ส่วนบรรพห้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องข้างต้นในดินแดนโพ้นทะเล

        
        
ในบรรพสองที่ว่าด้วยเรื่องคำสั่งฝ่ายเดียวที่ออกโดยฝ่ายปกครองนั้น แบ่งออกได้เป็นสี่เรื่อง (titres)ใหญ่ๆ เรื่องแรกก็คือเรื่องการให้เหตุผลและการลงนามในคำสั่งทางปกครอง เรื่องที่สองเป็นเรื่องการมีผลใช้บังคับของคำสั่งทางปกครอง เรื่องที่สามเป็นเรื่องคำสั่งโดยปริยาย (les décisions implicites) และสุดท้ายก็เป็นเรื่องการสิ้นผลของคำสั่งทางปกครอง

        
        
ในเรื่องที่สามคือเรื่องคำสั่งโดยปริยายนั้น แบ่งออกได้เป็นสองหมวด (Chapitre)

        
        
ในหมวดแรกได้วางหลักการสำคัญเอาไว้ในมาตรา L.231-1. ว่า การไม่ตอบของฝ่ายปกครองนับตั้งแต่ได้รับคำขอเป็นเวลาสองเดือน ให้ถือว่าฝ่ายปกครองเห็นด้วยกับคำขอนั้น หลักดังกล่าวเป็นหลักการที่น่าสนใจ ผมจึงขอนำมาเล่าให้ฟังในบทบรรณาธิการครั้งนี้ครับ

        
        
แต่เดิมในระบบกฎหมายมหาชนของประเทศฝรั่งเศสนั้น เมื่อมีการยื่นคำขอหรือยื่นคำร้องไม่ว่าเรื่องใดๆต่อฝ่ายปกครอง หากฝ่ายปกครองนิ่งเฉยไม่ตอบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ก็จะถือกันว่า ฝ่ายปกครองปฏิเสธคำขอหรือคำร้องนั้น หลักเกณฑ์ดังกล่าวใช้กันมาเป็นเวลานานกว่า 150 ปีแล้ว ในขณะที่ในระบบกฎหมายเอกชนก็เป็นเช่นเดียวกันโดยมีคำพิพากษาศาลฎีกามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1870 แล้วว่า การนิ่งเฉยหรือการไม่ตอบไม่ถือว่าเป็นการรับรู้หรือเป็นการยอมรับในสิ่งที่เป็นประเด็นปัญหานั้น

        
        
ในการปฏิรูประบบการทำงานภาครัฐเมื่อปี ค.ศ. 2013 เพื่อเป็นการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองกับประชาชนและเพื่อเป็นการเร่งรัดการดำเนินงานของฝ่ายปกครองให้ตอบสนองความต้องการของประชาชน จึงมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อวางหลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการยินยอมหรือการอนุญาต วัตถุประสงค์ของการวางหลักดังกล่าวไว้ในกฎหมายก็เพื่อให้การดำเนินงานของฝ่ายปกครองรวดเร็วยิ่งขึ้นและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายปกครองกับพลเมือง รัฐสภาฝรั่งเศสจึงได้ออกรัฐบัญญัติที่ 2013-1005 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน .. 2013 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองและพลเมือง โดยกฎหมายดังกล่าวได้วางหลักการสำคัญเอาไว้เรื่องหนึ่งในมาตรา 1 ของกฎหมายดังกล่าวที่เข้าไปแก้ไขเพิ่มเติมรัฐบัญญัติที่ 2000-321 ลงวันที่ 12 เมษายน ค.ศ.2000 มาตรา 21 โดยเพิ่มมาตรา 21-1 เข้าไปมีใจความว่า การไม่ตอบของฝ่ายปกครองนับตั้งแต่ได้รับคำขอเป็นเวลาสองเดือน ให้ถือว่าฝ่ายปกครองเห็นด้วยกับคำขอนั้น

        
        
เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการให้ฝ่ายปกครองเตรียมตัวและเตรียมการเพื่อใช้หลักการที่บัญญัติไว้ในรัฐบัญญัติที่ 2013-1005 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน .. 2013 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองและพลเมือง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ. 2014 กฎหมายจึงมีผลใช้บังคับกับบรรดาคำขอที่มีไปยังฝ่ายปกครองของรัฐและองค์การมหาชน และตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน ค.ศ.2015 กฎหมายดังกล่าวก็มีผลใช้บังคับกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรที่จัดทำเรื่องสวัสดิการและองค์กรที่มีหน้าที่ในการจัดทำบริการสาธารณะทางปกครอง

        
        
หลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการยอมรับนั้นมีสาระสำคัญอยู่ตรงที่ว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีคำขอหรือมีการดำเนินการตามกระบวนการต่างๆที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการอนุญาต อนุมัติหรือมีการให้คำตอบโดยฝ่ายปกครอง หากภายในสองเดือนนับแต่วันที่ฝ่ายปกครองได้รับเอกสารสมบูรณ์ครบถ้วนและฝ่ายปกครองยังไม่ได้มีคำตอบ ให้ถือว่าฝ่ายปกครองเห็นด้วยกับคำขอหรือการดำเนินงานของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น หลักดังกล่าวมีข้อยกเว้นจำนวนมากที่กำหนดไว้ในรัฐกฤษฎีกาหลายฉบับ บางฉบับก็กำหนดข้อยกเว้นในเรื่องระยะเวลาให้สั้นลงหรือให้ยาวขึ้น บางฉบับก็กำหนดข้อยกเว้นเรื่องการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการปฏิเสธก็มี

        
        
เมื่อหลักนี้ถูกนำมาใช้ ฝ่ายปกครองจะไม่สามารถเพิกถอนผลที่เกิดจากการไม่ตอบของตัวเองได้

        
        
ต่อมาในปี ค.ศ. 2017 ได้มีการจัดทำประมวลกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับฝ่ายปกครอง ( Code des relations entre le public et l’administration ) ขึ้น จึงได้มีการนำเอาบทบัญญัติเกี่ยวกับการไม่ตอบของฝ่ายปกครองมารวมเข้าไว้ในประมวลกฎหมายฉบับนี้ด้วยในบรรพ 2 เรื่องที่สามคือเรื่อง คำสั่งโดยปริยาย ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการยอมรับ โดยบัญญัติไว้ส่วน (chapitre) ที่หนึ่งว่าด้วย “หลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองถือเป็นการยอมรับ” (Principe du silence vaut acceptation) เอาไว้ 3 มาตราด้วยกัน คือ มาตรา L. 231-1. มาตรา D.231-2. และมาตรา D. 231-3. 

        
        
มาตรา L.231-1. บัญญัติไว้ว่าในกรณีที่ฝ่ายปกครองไม่ตอบภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่ได้รับคำขอ ให้ถือว่าฝ่ายปกครองมีคำสั่งเห็นด้วยตามที่ขอมา มาตรา D.231-2. เป็นเรื่องที่กำหนดเอาไว้ว่าให้มีการจัดทำบัญชีรายการต่างๆที่ให้ถือว่า การไม่ตอบของฝ่ายปกครองถือเป็นการยอมรับ และเผยแพร่บัญชีรายการเหล่านั้นไว้ในเว็บไซต์ของนายกรัฐมนตรี บัญชีรายการดังกล่าวจะต้องระบุว่าคำขอจะต้องยื่นไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ใดหรือหน่วยงานใด รวมทั้งระยะเวลาที่จะถือว่าหากพ้นระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าฝ่ายปกครองมีคำสั่งเห็นด้วยตามที่ขอมา ส่วนมาตรา D.231-3. บัญญัติว่าเว็บไซต์ที่จะใช้เผยแพร่บัญชีรายการต่างๆตามมาตราก่อนหน้านี้ คือเว็บไซต์ชื่อ  legifrance.gouv.fr
        
        
ในส่วนที่สองของบรรพ 2 เรื่องที่สาม ได้วางหลักเอาไว้ในมาตรา L. 231-4. เรื่องข้อยกเว้นที่ไม่เป็นไปตามหลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการยอมรับตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 231-1. ว่า การไม่ตอบของฝ่ายปกครองภายในระยะเวลาสองเดือนนับแต่ได้รับคำขอ ให้ถือว่าฝ่ายปกครองปฏิเสธ มีข้อยกเว้นอยู่ 5 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกคือคำขอที่ไม่ได้เป็นเรื่องขอให้ฝ่ายปกครองมีคำสั่งที่เป็นเรื่องเฉพาะตัว (une décision individuelle) เรื่องที่สองคือคำขอที่ไม่ได้เป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในกฎหมายหรืออนุบัญญัติ หรือมีลักษณะเป็นการเรียกคืน(réclamation)หรือเป็นการร้องเรียนภายในฝ่ายปกครอง( recours administratif) เรื่องที่สามคือคำขอเป็นเรื่องที่มีลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการเงิน (caractère financier) ยกเว้นในเรื่องเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม(sécurité sociale) ซึ่งจะต้องกำหนดโดยรัฐกฤษฎีกา เรื่องที่สี่เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในรัฐกฤษฎีกาของสภาแห่งรัฐ (décret en Conseil d’Etat) ในกรณีที่หากนำหลักว่าด้วยการไม่ตอบของฝ่ายปกครองให้ถือว่าเป็นการยอมรับมาใช้จะไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติตามข้อผูกพันระหว่างประเทศและข้อผูกพันของสหภาพยุโรปที่ประเทศฝรั่งเศสได้ทำเอาไว้ จะไม่สอดคล้องกับการคุ้มครองความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ การคุ้มครองเสรีภาพและบรรดาหลักที่มีคุณค่าเทียบเท่ารัฐธรรมนูญ (des principes à valeur constitutionnelle) หรือการป้องกันความสงบเรียบร้อยสาธารณะ และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องที่ห้าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองและบรรดาเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ข้อยกเว้นทั้ง 5 เรื่องที่กล่าวไปแล้วข้างต้นนี้ เมื่อมีคำขอไปยังฝ่ายปกครองและฝ่ายปกครองไม่ตอบภายในระยะเวลาสองเดือน ให้ถือว่าฝ่ายปกครองปฏิเสธ

        
        
ประมวลกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับฝ่ายปกครอง ( Code des relations entre le public et l’administration )ฉบับนี้ยังมีเรื่องที่น่าสนใจอยู่อีกเป็นจำนวนมากแต่ในบทบรรณาธิการครั้งนี้คงขอนำมาเล่าให้ฟังเพียงเรื่องเดียวครับ โอกาสต่อไปก็จะนำเรื่องอื่นมาเขียนเล่าสู่กันฟังครับ

        
        
สัปดาห์นี้เรามีบทความมานำเสนอบทความเดียว คือบทความของคุณชำนาญ จันทร์เรือง เรื่อง "การฟ้องปิดปาก" ผมขอขอบคุณเจ้าของบทความไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ 

        
        
พบกันใหม่วันจันทร์ที่ 3 กันยายน 2561 ครับ

        
        
ศาสตราจารย์ ดร.นันทวัฒน์ บรมานันท์

        



   
     
 
 
 
 
   
 
การฟ้องปิดปาก
เครื่องมือหนึ่งของรัฐหรือนายทุนที่ใช้ในการแก้แค้นหรือข่มขู่และสร้างความยุ่งยากต่อผู้ที่มีความคิดเห็นต่อต้านหรือขั้วการเมืองฝั่งตรงกันข้ามกับตนก็คือสิ่งที่เรียกว่า “การฟ้องปิดปาก” ซึ่งตรงกับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Strategic Lawsuit Against Public Participation(การดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการมีส่วนร่วมของสาธารณชน) หรือที่เรียกย่อๆว่า SLAPPs ที่อ่านออกเสียงเหมือนกับคำว่า Slap ที่แปลว่า “ตบ”หรือ “ตบปาก”ซึ่งก็คือการฟ้องคดีเพื่อตบปากให้หยุดพูดหรือหยุดวิพากษ์วิจารณ์นั่นเอง
ผู้มีสิทธิฟ้องคดีปกครอง
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 (และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับที่ 9 พ.ศ.2560) มาตรา 42 วรรคแรก กำหนดว่า ผู้ใดได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง หรือกรณีอื่นใดที่อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครองตามมาตรา 9 และแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรือยุติข้อโต้แย้งนั้น ต้องมีคำบังคับตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 72 ผู้นั้นมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครอง
การฟ้องคดีหน่วยงานทางปกครอง ไม่ว่าจะเป็น กระทรวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นโดยพระราชกฤษฎีกา หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครอง
รัฐสภาอัจฉริยะ (Smart Parliament) กับการส่งเสริมหลักนิติธรรม: กรณีศึกษาของออสเตรเลียและข้อเสนอเบื้องต้นสำหรับประเทศไทย
คณะอนุกรรมการวิชาการว่าด้วยหลักนิติธรรมแห่งชาติและคณะอนุกรรมการบรรณาธิการหนังสือหลักนิติธรรม ในคณะกรรมการอิสระว่าด้วยการส่งเสริมหลักนิติธรรมแห่งชาติ ได้แบ่งหลักนิติธรรมออกเป็น 2 ประการ คือ หลักนิติธรรมโดยเคร่งครัดหรือหลักนิติธรรมในความหมายอย่างแคบ ซึ่งกฎหมายหรือการกระทำ ที่ละเมิดหลักนิติธรรมโดยเคร่งครัดจะไม่มีผลใช้บังคับ และหลักนิติธรรมโดยทั่วไปหรือหลักนิติธรรมในความหมายอย่างกว้าง ซึ่งผลของการฝ่าฝืนจะไม่ร้ายแรงเท่ากับการฝ่าฝืนหลักนิติธรรมโดยเคร่งครัด
หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในคำพิพากษาศาลอาญาในประเทศฝรั่งเศส
หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้นั้นมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในระบบกฎหมาย ไม่ว่าจะในสาขากฎหมายเอกชน (le droit privé) และในสาขากฎหมายมหาชน (le droit public) หลักความโปร่งใสและตรวจสอบได้ในแนวคิดทางกฎหมายมหาชนนั้นเปรียบเสมือนจิตวิญญาณของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยว่าประชาชนซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบอบการปกครองประชาธิปไตยสามารถที่จะมีส่วนร่วมในทางการเมืองโดยสามารถตรวจสอบการกระทำการของรัฐได้
ศาลตรวจเงินแผ่นดินท้องถิ่นของประเทศฝรั่งเศส
ในระบบกฎหมายฝรั่งเศส นอกจากการแยกระบบตุลาการระหว่าง การพิจารณาคดีปกครอง (juridiction administrative) ออกจาก การพิจารณาคดีทั่วไปหรือระบบศาลยุติธรรม (juridiction judiciaire) แล้ว ภายในกระบวนการยุติธรรมทางปกครองเองยังมีการแยก กระบวนการยุติธรรมทางปกครองทั่วไป ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลปกครองทั้งสามชั้นศาล ออกจาก กระบวนการยุติธรรมทางการคลัง (juridiction administrative financière)
Les associations humanitaires sont-elles des institutions?
Quel intét peut-on avoir, lorsque l'on étudie les associations humanitaires issues principalement de la vague des « French doctors », à se rérer à une théorie d'un auteur de la fin du XIXème et du début du XXème siècle, en l'occurrence Maurice Hauriou ?

PUBLIC-LAW.NET RSS URL


 
     
 

www.public-law.net ยินดีรับพิจารณาบทความด้านกฎหมายมหาชน โดยผู้สนใจสามารถส่งบทความผ่านทาง wmpublaw@public-law.net
ในรูปแบบของเอกสาร microsoft word (*.doc) เอกสาร text ข้อความล้วน (*.txt)ลิขสิทธิ์และความรับผิดตามกฎหมายของบทความที่ได้รับการเผยแพร่ผ่านทาง www.public-law.net นั้นเป็นของผู้เขียน ขอสงวนสิทธิ์ในการนำบทความที่ได้รับการเผยแพร่ไปจัดพิมพ์รวมเล่มเพื่อแจกจ่ายให้กับผู้สนใจต่อไป ข้อมูลทั้งหมดที่ปรากฏใน website นี้ยังมิใช่ข้อมูลที่เป็นทางการ หากต้องการอ้างอิง โปรดตรวจสอบรายละเอียดจากแหล่งที่มาของข้อมูลนั้น

จำนวนผู้เข้าชมเวบ นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2544